วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มาบตาพุดชะงัก ฉุด กลุ่ม PTTสะดุด 60,000 ล.

จัดทำบทความโดย นางสาวณัฐนิตย์ ถิ่นถาวร เลขทะเบียน 4902100070




มาบตาพุดชะงัก ฉุด กลุ่ม PTTสะดุด 60,000 ล.
Thursday, 03 December 2009 13:38


กลุ่มปตท.เจอพิษมาบตาพุดฉุดโครงการลงทุนชะงักเสียหาย 60,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอมรับว่า 76 โครงการเดิมถือว่าเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน การลงทุน และสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ เงินรวม 300,000 ล้านบาท


นายชายน้อย เผื่อนโกสุม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) กล่าวว่า ผู้บริหารกลุ่ม ปตท.ได้มีการหารือหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเรื่องมาบตาพุดเมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) โดยน้อมรับและพร้อมปฏิบัติตามและการดำเนินงานดังกล่าวมีความชัดเจน โครงการของ ปตท.ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าจะชะลอตัวรวม 25 โครงการ เงินลงทุน 130,000 ล้านบาท แต่หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ 11 โครงการเดินหน้าและรวมไปถึงคำสั่งศาลปกครองกลางก่อนหน้านี้มีคำสั่งว่าให้ โครงการใด ๆ ที่ได้รับใบอนุญาตก่อนรัฐธรรมนูญ 2550 มีผลบังคับใช้ก็สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น โครงการทั้งหมดของ ปตท.ส่วนใหญ่จะเดินหน้าได้ แต่มีหลายโครงการที่ดำเนินการหลังปี 2550 ก็จะต้องมาดำเนินการตามข้อปฏิบัติของภาครัฐที่จะกำหนดรวมทั้งคำสั่งศาล ซึ่งรวมแล้วมีโครงการที่ได้รับผลกระทบประมาณ 60,000 ล้านบาท แต่จำนวนโครงการกำลังพิจารณารายละเอียด เช่น โครงการขยายกำลังการผลิตฟีนอล โครงการร่วมทุนกับอาร์ซาฮี เป็นต้น



นายชายน้อย กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการที่ลงทุนไปแล้วทั้ง 76 โครงการเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน การลงทุน และสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ เงินรวม 300,000 ล้านบาท หากสะดุดก็จะมีผลกระทบแรก คือ การก่อสร้างจะเดินหน้าได้หรือไม่ และจะรวมไปถึงความไม่เชื่อมั่นต่อโครงการเงินกู้ต่าง ๆ ทั้งนักลงทุนและสถาบันการเงินจะเริ่มมองเห็นความไม่แน่นอนเกิดขึ้น โดยในส่วนของกลุ่มภาคเอกชนจะหารือร่วมกันว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามแนวทาง ใดบ้าง เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าร่วมกันให้ได้มากที่สุด โดยย้ำว่าที่ผ่านมาภาคเอกชนดำเนินการตามกฎหมายและคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวด ล้อมและประชาชน


ด้านนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับแนวทางดำเนินการหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ 65 โครงการในมาบตาพุดระงับการดำเนินการว่า หลังจากนี้รัฐบาลได้กำหนดแนวทางแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการ 4 ขั้นตอน คือ 1.นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมทุกฝ่ายวันนี้ 2.กระทรวงอุตสาหกรรมจะเรียกหน่วยงานในสังกัดหารือ ก่อนที่เชิญผู้ประกอบการมาหารือต่อไป 3.เสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้คณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯ ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน เพื่อพิจารณาตัดสินใจ 4.มีแนวทางเสนอให้ผู้ประกอบการเพื่อพิจารณาว่าจะอุทธรณ์เพื่อหาแนวทางในการ เดินหน้าโครงการของตัวเองต่อไปหรือไม่



ทั้งนี้ ยืนยันว่า คำสั่งของศาลปกครอง จะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุนของประเทศ เนื่องจากยังมีอุตสาหกรรมอีกมากที่ผู้ลงทุนสามารถเข้าดำเนินการได้ โดยเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ต้องผ่านการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและชุมชน ส่วนโครงการที่ต้องผ่านการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หากมีการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ต้น ก็จะไม่มีผลกระทบใด ๆ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมั่นใจว่า ภาพรวมการลงทุนปีหน้ายังเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการ ลงทุน (บีโอไอ) ไว้ที่ 500,000 ล้านบาท



ที่มา : http://www.stockwave.in.th/index.php?



คำถาม

1.ยกตัวอย่างโครงการที่กำลังพิจารณารายละเอียดมา 1 ตัวอย่าง

2.สำหรับโครงการที่ลงทุนไปแล้วทั้ง 76 โครงการ หากสะดุดมีผลกระทบอะไร

3.สำหรับแนวทางดำเนินการหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ 65 โครงการในมาบตาพุดระงับการดำเนินการ รัฐบาลได้กำหนดแนวทางแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง