จัดทำโดย นางสาวศิริทิพย์ ขำเจริญ เลขทะเบียน 4902100077
ก.เกษตรลุยยางล้านไร่เฟสสอง
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2010
กระทรวงเกษตรฯลุยเดี่ยวโครงการยางล้านไร่เฟสสอง สกย.เป็นแม่งานหลักจัดหากล้ายางให้เกษตรเอง ไม่เปิดประมูลซื้อจากภาคเอกชนผวา ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเฟสแรก หวั่นครม.อนุมัติช้ากระทบแผนปีแรก 1.5 แสนไร่ไม่เข้าเป้า เพราะหากเลยหน้าฝนนำกล้ายางลงปลูกอาจเสียหายได้
นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการส่งเสริมปลูกยางพาราเพื่อเสริมสร้างรายได้เกษตรกร (โครงการส่งเสริมปลูกยาง 1 ล้านไร่ ระยะที่ 2 ปี 2553-2555) ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เห็นชอบในหลักการดำเนินการแล้ว และได้มอบหมายให้สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.)เป็นผู้จัดทำรายละเอียดโครงการทั้งหมด เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบต่อไป
นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสกย. กล่าวว่าประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้ สกย.จะเสนอรายละเอียดโครงการส่งเสริมปลูกยางปี 2553-2555 ให้คณะกรรมการสกย.พิจารณา หลังจากนั้นเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่อเห็นชอบและอนุมัติงบดำเนินการต่อไป
สำหรับหลักการโครงการส่งเสริมปลูกยาง 1 ล้านไร่ ปี 2553-2555 จะครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางบางส่วน ปี 2553 เป้าหมายส่งเสริมปลูก 150,000 ไร่ ปี 2554 เป้าหมาย 450,000 ไร่ ปี 2555 เป้าหมาย 400,000 ไร่ โดยเกษตรกร 1 ราย จะได้รับส่งเสริมประมาณ 2-15 ไร่ งบประมาณดำเนินการที่เสนอขอ 2,040 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าพันธุ์ยาง 1,620 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายอบรมเกษตรกร 200 ล้านบาท และค่าบริหารงานของสกย. 220 ล้านบาท ส่วนวิธีการจัดหาพันธุ์ยางหรือต้นกล้ายางให้กับเกษตรกร จะใช้วิธีจ่ายคูปองให้เกษตรกรนำไปซื้อกล้ายางเองจากแปลงเพาะพันธุ์กล้ายางที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร และเจ้าของแปลงนำคูปองมาเบิกเงินจากสกย.ไม่มีการประมูลซื้อจากภาคเอกชน
ด้านนายพิริยะ เอกวานิช รองผู้อำนวยการสกย. กล่าวว่า หากครม.อนุมัติให้ดำเนินการได้ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมาก เพราะสามารถมีเวลาเตรียมการติดตาและชำถุงกล้ายางได้อีกประมาณ 3 เดือนคือมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เป็นช่วงฤดูฝนเหมาะสำหรับปลูกต้นยาง หากอนุมัติช้าไปกว่านี้จะไปเจอช่วงหมดหน้าฝนหรือฝนทิ้งช่วงอาจทำให้ต้นกล้ายางได้รับความเสียหายได้
ทั้งนี้ในส่วนการเตรียมความพร้อมของสกย.นั้น ขณะนี้สกย.ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดทั่วประเทศแล้ว ให้สำรวจแปลงเพราะพันธุ์ยางของภาคเอกชนที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร แต่ละจังหวัดมีแปลงเพาะและพันธุ์ยางมากน้อยเพียงใด
ขณะที่นายวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการส่งเสริมปลูกยาง ในส่วนของปี 2553 ไม่น่าจะต้องเลื่อนออกไปจนทำให้ทั้งโครงการล่าช้าออกไปเป็นปี แต่หากครม.อนุมัติช้ามีผลให้การดำเนินการล่าช้า อาจจะดำเนินการได้บางส่วนคือพื้นที่ไหนยังมีฝนตกอยู่ก็จะส่งเสริมปลูกไปก่อน แต่พื้นที่ไหนฝนไม่ตกก็ต้องเลื่อนไปเป็นปีหน้า เพราะฉะนั้นหากช้าจริงพื้นที่ส่งเสริมอาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายมากกว่า
อนึ่ง รัฐบาลมีโครงการส่งเสริมปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ ระยะที่1 (ปี 2547-2549) สมัยพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี นายเนวิน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยโครงการเฟสแรกใช้วิธีจัดหากล้ายางให้กับเกษตรกร โดยประมูลให้เอกชนเป็นผู้จัดหา เอกชนที่ได้รับคัดเลือกคือบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ โครงการได้รับการตั้งข้อสังเกตว่าไม่โปร่งใส กระทั่งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)ยื่นฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเอกชน นักการเมือง ล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ยกฟ้องจำเลยโครงการนี้ทั้งหมด
หลังจากที่นายศุภชัย โพธิ์สุ กลุ่มเพื่อนเนวินเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อกลางปี 2552 ได้เสนอโครงการยางระยะที่ 2 (ปี 2553-2555) ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติเรียบแล้วแล้ว อยู่ในขั้นตอนนำเสนอครม.เห็นชอบต่อไป
ที่มา : http://www.thannews.th.com/index.php?
คำถาม
1. สำหรับหลักการโครงการส่งเสริมปลูกยาง 1 ล้านไร่ ปี 2553-2555 ครอบคลุมพื้นที่ภาคใดบ้าง
2. วิธีการจัดหาพันธุ์ยางหรือต้นกล้ายางให้กับเกษตรกรใช้วิธีใด
3. ช่วงเวลาที่เหมาะสมให้ดำเนินการเกิดขึ้นภายในเดือนใด
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
1.ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางบางส่วน
ตอบลบ2.จะใช้วิธีจ่ายคูปองให้เกษตรกรนำไปซื้อกล้ายางเองจากแปลงเพาะพันธุ์กล้ายางที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร และเจ้าของแปลงนำคูปองมาเบิกเงินจากสกย.ไม่มีการประมูลซื้อจากภาคเอกชน
3.ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์
นางสาวพรทิพย์ คำตะโหนด เลขทะเบียน 4902100067
คำตอบ
ตอบลบ1.ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางบางส่วน
2.จะใช้วิธีจ่ายคูปองให้เกษตรกรนำไปซื้อกล้ายางเองจากแปลงเพาะพันธุ์กล้ายางที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร และเจ้าของแปลงนำคูปองมาเบิกเงินจากสกย.ไม่มีการประมูลซื้อจากภาคเอกชน
3.ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์
นางสาวนิลรัตน์ โสภา เลขทะเบียน 4902100115
คำตอบ
ตอบลบ1.ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางบางส่วน
2.จะใช้วิธีจ่ายคูปองให้เกษตรกรนำไปซื้อกล้ายางเองจากแปลงเพาะพันธุ์กล้ายางที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร และเจ้าของแปลงนำคูปองมาเบิกเงินจากสกย.ไม่มีการประมูลซื้อจากภาคเอกชน
3.ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์
นางสาวบุศรินทร์ เทวาดิเทพ เลขทะเบียน 4902100037