จัดทำบทความโดย นายธนศักดิ์ ตรีกูล เลขทะเบียน 4902100352
กสิกรไทยคาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าแกว่งตัวลงต่อ
วันที่ 30 มกราคม 2553
บล.กสิกรไทย และศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีโอกาสแกว่งตัวลงต่อเนื่อง จากแรงกดดันทางการเมืองและความคืบหน้ากรณีมาบตาพุด
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (25-29 ม.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 696.55 จุด ปรับตัวลดลงร้อยละ 2.46 จาก 714.10 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า และร้อยละ 5.17 จาก 734.54 จุด ณ สิ้นปี 2552 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์ลดลงร้อยละ 13.97 จาก 98,358.04 ล้านบาท
ในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 84,620.35 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลงจาก 19,671.61 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 16,924.07 ล้านบาท
โดยนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนสถาบัน และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิที่ 3,287.73 ล้านบาท 2,343.38 ล้านบาท และ 873.66 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิที่ 6,504.79 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ปิดที่ 210.06 จุด ปรับตัวลงร้อยละ 4.47 จาก 219.88 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า และร้อยละ 2.43 จาก 215.30 จุด ณ สิ้นปีก่อน
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยลดช่วงติดลบลงในวันศุกร์หลังดิ่งตัวติดต่อกัน 4 วันทำการก่อนหน้า ในวันจันทร์และวันอังคาร ดัชนีหุ้นไทยปิดร่วงลงแรงอย่างต่อเนื่อง จากแรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยี โดยเป็นการปรับลงแรงตามการปรับฐานของตลาดหุ้นในภูมิภาค ตลอดจนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่อ่อนตัวลง
นอกจากนี้ ปัจจัยการเมืองในประเทศก็มีส่วนกดดันตลาด หลังพรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่เข้าร่วมยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 รวมทั้งมีแรงขายทางเทคนิคเกิดขึ้นด้วย ต่อมาในวันพุธและวันพฤหัสบดี ดัชนีหุ้นไทยยังคงปิดลบต่อเนื่อง และดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือน
ทั้งนี้ ดัชนี SET หลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 700 จุดในช่วงกลางสัปดาห์ โดยมีแรงขายหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ออกมา นำโดยกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ในวันศุกร์ ดัชนีหุ้นไทยปิดบวกตามแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน และธนาคาร ตามด้วยแรงซื้อหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ปิโตรเคมี เทคโนโลยี และธุรกิจการเกษตร สวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยอาจเป็นการปรับตัวทางเทคนิค หลังจากที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่องจนอยู่ในเขตขายมากเกินไป (Oversold)
สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (1-5 ก.พ.) บล.และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวลงต่อเนื่อง โดยมีแรงกดดันจากปัจจัยในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองและความคืบหน้ากรณีมาบตาพุด
ขณะที่ต้องติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนม.ค.2553 โดยกระทรวงพาณิชย์ รายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 4/2552 รวมถึงการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย
ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ การปรับตัวของตลาดหุ้นภูมิภาค การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญโดยเฉพาะของสหรัฐและจีน
ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 670-660 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 700 และ 707 จุด ตามลำดับ
ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20100130/98064/กสิกรไทยคาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าแกว่งตัวลงต่อ.html
คำถาม
1.บล.กสิกรไทย และ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดดัชนีหุ้นไทยมีโอกาศแกว่งตัวลงต่อเนื่องเกิดจากสาเหตุใด
2.ดัชนีหุ้นไทยปิดร่วงลงแรงอย่างต่อเนื่อง จากแรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานใดบ้าง
3.บล.กสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ดัชนีแนวรับและแนวต้านอยู่ที่ ณ จุดใด
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
คำตอบคือ
ตอบลบ1.เนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองและความคืบหน้ากรณีมาบตาพุด
2.เนื่องจากแรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยี โดยเป็นการปรับลงแรงตามการปรับฐานของตลาดหุ้นในภูมิภาค ตลอดจนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่อ่อนตัวลง
3.บล.กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 670-660 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 700 และ 707 จุด ตามลำดับ
นางสาวจิราวรรณ จวบจันทร์ผล เลขทะเบียน 4902100370
คำตอบ...
ตอบลบ1. เนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองและความคืบหน้ากรณีมาบตาพุด
2. เนื่อง จากแรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยี โดยเป็นการปรับลงแรงตามการปรับฐานของตลาดหุ้นในภูมิภาค ตลอดจนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่อ่อนตัวลง
3. บล.กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 670-660 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 700 และ 707 จุด ตามลำดับ
นางสาว อาภาพร สิทธิศร เลขทะเบียน 5002100382
คำตอบ...
ตอบลบ1. เนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองและความคืบหน้ากรณีมาบตาพุด
2. เนื่อง จากแรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยี โดยเป็นการปรับลงแรงตามการปรับฐานของตลาดหุ้นในภูมิภาค ตลอดจนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่อ่อนตัวลง
3. บล.กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 670-660 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 700 และ 707 จุด ตามลำดับ
นางสาวปิยนุช พละเยี่ยม เลขทะเบียน 4902100345
1. จากแรงกดดันทางการเมืองและความคืบหน้ากรณีมาบตาพุด
ตอบลบ2. จากแรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยี โดยเป็นการปรับลงแรงตามการปรับฐานของตลาดหุ้นในภูมิภาค ตลอดจนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่อ่อนตัวลง
3. บล.กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 670-660 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 700 และ 707 จุด